FANDOM


คุณสามารถคัดลอกลิงค์ที่อยู่ตรงนี้
เพื่อลิงค์มายังหน้านี้ได้
เว็บย่อ: http://th.false-awakening.wikia.com/wiki/Timeline

เนื้อหาต่อไปนี้แสดงถึงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกของโปรเจ็คต์ F.A. ซึ่งเรียงตามลำดับเวลา

ศักราช เหตุการณ์
2020 ท่ามกลางยุคสมัยแห่งข้อมูลข่าวสาร หรือยุค IT มนุษยชาติตระหนักว่า การรณรงค์ต่าง ๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมที่กำลังทวีความรุนแรงได้อย่างเป็นรูปธรรม
2075 กลุ่มผู้นำจากหลายชาติร่วมมือกันผลักดันเทคโนโลยีอวกาศ ด้วยความหวังที่จะหาดาวที่มีสภาพคล้ายโลกมากที่สุด หลังจากมีความเห็นตรงกันว่า สภาพแวดล้อมของโลกไม่สามารถกู้กลับมาได้อีกแล้ว
2154 ยานสำรวจอวกาศทุกลำที่เคยส่งไปนอกระบบสุริยะล้วนแล้วแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ความหวังที่จะหาดวงดาวที่คล้ายโลกล้วนสูญสิ้น ประชากรบนโลกเพิ่มขึ้นเป็น 24,000 ล้านคน เกิดปัญหาสภาวะขาดแคลน น้ำ อาหาร ไปทั่วโลก ในขณะเดียวกัน ทรัพยากรปิโตรเลียม (ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ) หมดไปจากโลกโดยสิ้นเชิง
2167 เริ่มเกิดสงครามย่อย ๆ ตามจุดต่าง ๆ บนโลกเพื่อแย่งชิงทรัพยากร การเจรจาห้ามปรามของ UN ไร้ผล เพราะประเทศที่มีสิทธิ์วีโต้ (สิทธิ์ยับยั้งการกระทำของประเทศอื่น) เช่นอเมริกาและจีน ล้วนแล้วแต่ประสบปัญหาจนแทบพึ่งพาตัวเองไม่ได้เช่นกัน เกิดการจลาจลตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ
2174 การสู้รบเพื่อแย่งชิงทรัพยากรอันจำกัดได้เข้าสู่จุดเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหาร กลุ่มประเทศอดีตผู้ค้าน้ำมัน หมดอำนาจต่อรองและอำนาจการเงิน เหลือเพียงอาวุธสงครามสำหรับประชาชนของพวกเขาเท่านั้น พลเมืองเฉลี่ย 70% ของทุกประเทศ ถูกเกณฑ์ทหารให้เข้าร่วมในสนามรบ
2195 สงครามยืดเยื้อเกือบสามสิบปีได้มาถึงจุดแตกหัก โลกแบ่งออกเป็น สามกองกำลังใหญ่ๆ อันได้แก่
  • A.S.A. [Asia Safeguard Alliance] อ้างว่า เป็นกองกำลังป้องกันเอเชียเพื่อรักษาทรัพยากร
  • UN [United Nations] สหประชาชาติเดิม นำโดยในการออกสิทธิ์เสียงโดยชาติตะวันตก อเมริกา อังกฤษ มีนโยบายในการแทรกแซงสงครามเพื่อยุติการรบ
  • A.P. [Arabic Persecutor] กลุ่มประเทศอดีตประเทศผู้ค้าน้ำมัน ออกรุกรานประเทศที่มีทรัพยากรอาหารเพื่อความอยู่รอด

แต่จริง ๆ แล้วเป้าหมายของทุกกลุ่ม ล้วนเหมือนกันหมด คือเพื่อความอยู่รอดของตนเองเท่านั้น

2197 นิวเคลียร์ลูกแรกถูกยิงโดยเกาหลีเหนือ ในนาม A.S.A. ตามมาด้วยนิวเคลียร์อีกหลายลูกจากทุกฝ่าย กลายเป็นสงครามนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ
2200 Year of The Zero - กว่า 60% ของพื้นที่บนโลก กลายเป็น Ground Zero ระบบเกือบทุกอย่างบนโลกล้มไม่เป็นท่า อินเทอร์เน็ตสูญสลาย พื้นที่เป้าหมายของระเบิดนิวเคลียร์หลายร้อยลูกตลอดสามปีที่ผ่านมา เป็นได้แค่พื้นที่รกร้าง ที่เต็มไปด้วยฝนเคมี และ พื้นดินที่เต็มไปด้วยพิษเท่านั้น จำนวนประชากรบนโลกเพียงเพียง ... 15 ล้านคน
  • สิ้นสุดสงคราม ไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ชนะอย่างเด็ดขาด และด้วยจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างมาก ทำให้โลกย้อนกลับเป็นยุคมืดอีกครั้ง และยังเป็นยุคที่มนุษย์สูญเสียหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งหมดไปกับสงคราม
  • เริ่มต้นนับศักราชใหม่เป็นปี 0000 อันเนื่องมาจาก มนุษย์ "ลืม" อดีตตัวเอง เกือบสิ้นเชิง
0002 เข้าสู่ยุคมืดอย่างแท้จริง ระบบรัฐและประเทศค่อย ๆ ถูกทำลายไปทีละประเทศเหมือนโดมิโนที่ล้มไปเรื่อย ๆ กลายเป็นเขตแดนอนารยธรรม (ไม่มีอารยธรรม) ผู้คนที่เหลือรอดชีวิต ต่างก่อจลาจลและเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงอาหารและสนองตัณหาของตน จำนวนประชากรค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ อีกครั้ง ชนชั้นสูงและอดีตผู้นำประเทศต่าง ๆ ค่อย ๆ เสียชีวิตลง
0039

ประชากรโลกเหลือเพียง 12 ล้านคน มนุษย์ส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ย IQ เหลือแค่ 89 ทุกถนนหนแห่งมีแต่อาชญากรรม ศีลธรรมและศาสนาแทบไม่มีเหลือ ไม่มีการเกษตร ไม่มีอุตสาหกรรม ไม่มีการศึกษาเล่าเรียน ไม่มีแม้แต่การสร้างบ้านเรือน เพราะมนุษย์ต่างลืมเลือนความรู้เหล่านั้นเกือบหมดเกลี้ยง

  • ในจำนวนนี้ มีปัญญาชนและสายเลือดชนชั้นสูงจำนวนหนึ่งที่ยังหลงเหลือความรู้และสติปัญญา ได้รวมกลุ่มกันเป็นองค์กรที่พยายามควบคุมมนุษย์ที่สติปัญญาต่ำมาเป็นทาส แล้วล่าทรัพยากรต่าง ๆ ให้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอดตนเอง
0097 องค์กรที่ปกครองมนุษย์แบบเผด็จการนี้ ขยายตัวมาจนเกือบครอบคลุม 3 ทวีป คืออดีตทวีปยุโรป เอเชีย และแอฟริกา แต่ทรัพยากรก็เหลือร่อยหรอเต็มที ในขณะนั้นที่เองที่เผ่าคิเมร่า ปรากฎตัวขึ้นมาติดต่อกับมนุษย์ และตกลงทำสัญญาแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาอันสูงค่าของตนกับทรัพยากอาหารบางส่วน ทวีปที่เหลือ เช่นทวีปอเมริกาเหนือใต้ ถูกปล่อยให้รกร้าง
0098 เผ่าพันธุ์คิเมร่าได้เสนอถึง "เทคโนโลยีจินตภาพ" ขึ้นมาเป็นครั้งแรก อันเป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้มนุษย์ดึงความรู้และวิทยาการจากอดีตกลับมาได้ กลุ่มหัวหน้าของเผ่าพันธุ์มนุษย์ตกลงลองรับโครงการนี้ไปพัฒนาทันที โดยให้ความช่วยเหลือฝ่ายวิจัยทั้งทรัพยากรและกำลังคน
0107 หลายปีผ่านไป การทดลองไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก มนุษย์เริ่มสามารถติดต่อเข้าโลกจินตภาพได้แต่ยังไม่สมบูรณ์ ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีการกู้วิทยาการพื้นฐานมาได้บางส่วน ทั้งการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา และสังคมศาสตร์
0128

การเชื่อมโยงกับโลกจินตภาพทำได้อย่างเสร็จสมบูรณ์ ด้วยการใช้สมองของศพคิเมร่าจำนวนมากมาเป็นสื่อกลางที่เรียกว่า เอนเซฟ (Enceph) แต่ข้อเท็จจริงของส่วนประกอบในโครงการนี้ถูกเก็บเป็นความลับไม่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้

  • เริ่มมีการจัดระบบการศึกษาแก่ประชาชนทั่วไป ทรัพยากรต่าง ๆ เริ่มฟื้นคืนขึ้นมา มลภาวะจากสงครามนิวเคลียร์เริ่มสลายไปมาก
  • เผ่าพันธุ์คิเมร่าเริ่มเรียกร้องสิทธิ์ให้มีพื้นที่สำหรับเผ่าพันธุ์ตนเองได้อยู่อาศัยอย่างอิสระ
  • เริ่มมีการวิจัยค้นคว้าหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์เพื่อมาใช้งาน ชื่อว่า แอนดรอยด์ (Android)
0133 มีคำสั่งลับจากผู้นำขั้นสูงของมนุษย์ ให้ทำการลอบสังหารหมู่คิเมร่าเพื่อรวบรวมศพไปวิจัยบางสิ่งบางอย่าง เผ่าพันธุ์คิเมร่าบางส่วนเริ่มเคลือบแคลงใจ แต่ยังไม่กล้าท้วงติงอะไรนัก
  • มีการตั้งชื่อโลกจินตภาพใหม่ว่า ยูโทเปีย และวางแผนสำหรับติดตั้งเครือข่ายให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงเทคโนโลยีจินตภาพ
  • สิ้นสุดยุคมืด เข้าสู่ยุค Imaginary Complex อันเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มพึ่งพิงเทคโนโลยีจินตภาพ
0140 มีการฟื้นฟูเทคโนโลยีให้ถึงในระดับศตวรรษที่ 20-21 เริ่มมีการแอบ "ล่า" คิเมร่าจากเจ้าหน้าที่รัฐของมนุษย์ รัฐบาลกลางสร้างข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับคิเมร่า เริ่มเกิดความบาดหมางระหว่างมนุษย์กับคิเมร่า
  • มีการเปิดให้ชนชั้นทั่วไปเข้าถึงยูโทเปียได้อย่างเต็มรูปแบบ
  • เกิดโครงการปลูกป่าและอนุรักษ์ป่าเป็นพื้นที่ 60% ของพื้นทวีปทั้งหมดบนโลก ซึ่งเดิมเป็นซากปรักหักพังอยู่แล้ว ควบคุมโดยรัฐบาลกลาง
  • มีการสร้างเอนเซฟหลายเครื่อง หนึ่งในเครื่องที่ใหญ่ที่สุด เก็บไว้ที่ดวงจันทร์
0142 เกิดข่าวลือเป็นวงกว้างว่า คิเมร่าใช้พลังพิเศษของตน ควบคุมมนุษย์ผ่านยูโทเปียและก่ออาชญากรรมต่าง ๆ รัฐบาลกลางถอดถอนสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของคิเมร่า และได้ประกาศสงครามกับคิเมร่าอย่างเป็นทางการ การเข้าถึงยูโทเปียของคนทั่วไปได้ถูกระงับลง
0145 ในระหว่างสงครามมนุษย์-คิเมร่านี้ เผ่าพันธุ์คิเมร่าเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะมีทั้งพลังพิเศษและวิทยาการทั้งที่มีอยู่ดั้งเดิมดึงจากมนุษย์มาใช้ เกิดการวินาศกรรมตามสถานที่สำคัญหลายแห่งโดยเฉพาะเอนเซฟหลายเครื่องที่ถูกทำลาย
  • มนุษย์อ้างว่า คิเมร่ามักใหญ่ใฝ่สูงและหน้าไหว้หลังหลอก มอบเทคโนโลยีจินตภาพให้กับมนุษย์เพื่อหวังควบคุมมนุษย์ผ่านยูโทเปีย อีกทั้งยังอ้างว่า สาเหตุที่อารยธรรมมนุษย์สูญสลายไปในปี 0000 ก็เกิดจากน้ำมือของเผ่าคิเมร่าที่แทรกแซงโลกมนุษย์มาโดยตลอด
  • ขณะที่ฝ่ายคิเมร่าอ้างว่า มนุษย์ใส่ร้ายป้ายสีเผ่าพันธุ์ตนเพื่อที่จะได้มีสิทธิ์ที่จะสังหารหมู่เผ่าตนได้อย่างชอบธรรม ทั้งเพื่อกำจัด "ผู้มีสิทธิ์ปกครองร่วม" และเพื่อใช้ศพจากเผ่าคิเมร่าไปค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีที่สูงขึ้น รวมถึงการใช้สร้างเอนเซฟด้วย และอ้างว่า เผ่าตนเกี่ยวข้องกับมนุษย์อย่างลับ ๆ มาตลอดก็จริง แต่คิเมร่านั้นรักสงบและไม่ทะเยอทะยานเยี่ยงมนุษย์
0150 สถานการณ์สงครามได้พลิกกลับทันทีเมื่อมนุษย์นำแอนดรอยด์มาใช้ในการทำสงครามต่อสู้กับคิเมร่า และเนื่องจากแอนดรอยด์มีทั้งอาวุธหนัก ร่างกายที่แข็งแกร่ง และต้านทานการสะกดจิตของคิเมร่าได้ ทำให้คิเมร่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว
  • เพียง 7 เดือนให้หลัง สงครามยุติลงโดยที่คิเมร่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ประชาชนส่วนใหญ่ของคิเมร่าลี้ภัยไปตามชายแดนไม่ก็ปลอมตัวเป็นมนุษย์แล้วอาศัยอยู่ตามชานเมือง แม้สงครามจะสิ้นสุด แต่การล่าคิเมร่าก็ยังไม่หยุดลง
  • มีการจับคิเมร่าส่วนใหญ่ไปขังอยู่ที่ค่ายกักกันแล้วให้ทำงานอยู่ในนั้น โดยทุกคนจะต้องปักสัญลักษณ์ของคิเมร่าที่เสื้อผ้าของตน (ดูสัญลักษณ์ได้ที่บทความคิเมร่า)
  • คิเมร่าบางส่วนตั้งองค์กรใต้ดินขึ้นมาเพื่อรวบรวมคิเมร่าที่มีชีวิตอยู่รอด และหาทางแก้แแค้นมนุษย์ องค์กรนี้มีชื่อว่า อะโพคาลิปส์ (Apocalypse) และได้สร้างเอนเซฟของตัวเองที่จะรุกล้ำยูโทเปียไม่ให้มนุษย์รู้ได้ มีชื่อว่า อีลิสเซียม (Elysium)
  • 2 เดือนต่อมา มีการบูรณะเมืองของมนุษย์อย่างรวดเร็วและเปิดให้มีการเข้าถึงยูโทเปียอีกครั้ง
0151 เกิดการแบ่งชนชั้นของแอนดรอยด์ แอนดรอยด์ที่ผ่านสงครามมาและมีสติปัญญาสูง (ชนชั้น Royal Units) ได้ขอแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นเมืองสำหรับแอนดรอยด์โดยเฉพาะซึ่งมนุษย์ไม่ปกครอง โดยที่ฝ่ายมนุษย์ยินยอมข้อเรียกร้องนี้
  • Royal Units จำนวนไม่น้อย ปฎิเสธการล่าคิเมร่าต่อไป
0159 โลกอยู่ในภาวะสงบสุข เกิดวัฒนธรรมการผจญภัยในโลกจินตภาพเพื่อไปแสวงหาประวัติศาสตร์โลกในอดีต เรียกว่า False Awakening หรือการฝันซ้อนฝัน มีประชากรมนุษย์ทั้งหมด 400 ล้านคน เทคโนโลยีของโลกก้าวล้ำไปมาก ในขณะเดียวกันก็มีการก่ออาชญากรรมจากคิเมร่าอยู่ประปราย คนส่วนใหญ่เชื่อว่าคิเมร่าเป็นฝ่ายผิดและเป็นฝ่ายก่อสงครามก่อน อคติที่มีต่อคิเมร่าจึงยังค่อนข้างสูง แต่มีมนุษย์บางกลุ่มเช่นกันที่เชื่อว่าคิเมร่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
0160 ปีล่าสุดของโปรเจคต์ F.A. และทุกอย่างจะเริ่มต้นต่อจากนี้ไป...
Community content is available under CC-BY-SA unless otherwise noted.